Thursday, September 17, 2015

วิธีสอนระบายสีในเส้น (ใช้วิธี ABA Applied Behavior Analysis)

ตอนลูกประมาณ 3ขวบได้ เขาเริ่มจับปากกา ดินสอ แต่พอเอากระดาษรูปการ์ตูนให้ระบายสี เขากลับไม่ระบาย พยายามทำให้เขาดูว่าระบายแบบนี้นะ จับสีเทียนแบบนี้ แล้วค่อยๆระบาย สอนแบบไหนเขาก็ไม่ทำตาม ไม่รู้ว่าทำไม พอมานั่งคิดก็คิดว่าไม่แน่ลูกเรายังไม่พร้อม อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย ฉะนั้นอาจจะต้องเตรียมความพร้อมของเขาแล้วค่อยๆสอนกันไป พอเขาเริ่มจับดินสอสีหรือสีเทียนได้ ฉันก็ให้รูปการ์ตูนเขาระบายอีก เขาก็ระบายทั่วไปหมดแล้วก็จะใช้แค่สีเดียวไม่ยอมเปลี่ยน บางทีระบายจนกระดาษขาด ฉันคิดว่าเขาอาจจะไม่เข้าใจว่าการระบายสีควรจะเป็นอย่างไร

เป้าหมาย
1. ระบายในเส้นรูปสี่เหลี่ยมแบบ 1 ได้
2. ระบายในเส้นรูปสี่เหลี่ยมแบบ 2 ได้
3. ระบายในเส้นรูปสี่เหลี่ยมแบบ 3 ได้
4. ระบายในเส้นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี่ยว
5. ใช้หลายสีระบายรูปปลา

อุปกรณ์
1. รูปสี่เหลี่ยมแบบ 1, แบบ 2, แบบ 3, รูปพระจันทร์, และรูปปลา
2. ดินสอสี หรือ สีเทียน
3. โต็ะและเก้าอี้
4. รางวัล หรือกระดานรางวัล
**ตัวช่วย ที่จับดินสอ ช่วยให้เด็กสามารถวางนิ้วได้ถูกต้อง และช่วยให้นิ้วมือไม่เจ็บ
**ตัวช่วยฝึกฝนการจับดินสอ (ตัวช่วยฝึกฝนการจับดินสอในลิงค์นี้ไม่สามารถส่งตรงไปไทยได้ ถ้าผู้อ่านต้องการติดต่อได้ในนะคะ ฉันอาจจะช่วยในเรื่องของการส่งของได้คะ) เป็นของเล่นที่ช่วยเตรียมความพร้อมของมือและนิ้วมือในการจับดินสอหรือสีเทียน ทั้งยังช่วยในเรื่องของสมาธิและการสังเกตุ


วิธีสอน
1. วางรูปสี่เหลี่ยมแบบ 1 บนโต็ะ แล้วตั้งคำสั่งที่1 "ระบายสี" คำสั่งที่หลากหลายอาจจะเป็น "มาระบายสีกัน"
2. บอกคำสั่ง พาเขามานั่งที่โต็ะ ให้เขาเลือกสี ในกรณีที่เขาไม่เลือกให้เลือกสีให้เขาและหยิบใส่มือเขาสำหรับครั้งแรกๆ พอเขาเริ่มเข้าใจคำสั่งอาจจะชี้หรือบอกให้เขาหยิบเอง
3. ตั้งคำสั่งที่2 "ระบายสีในเส้น"
4. บอกคำสั่งที่2 แล้วจับมือเขาจับดินสอสีหรือสีเทียนในรูปแบบของการจับดินสอ จับมือเขาในรูปแบบเดียวกัน นิ้วโป้งของคนสอนอยู่บนนิ้งโป้งของเขา นิ้วชี้และนิ้วกลางทำเช่นเดียวกัน
พอเขาเริ่มสนใจและสามารถจับดินสอสีหรือสีเทียนได้เอง ก็ช่วยเขาโดยจับแค่ข้อมือ
พอเขาสนใจและสามารถจับดินสอสีหรือสีเทียนได้คล่อง ก็ไม่ต้องช่วย แต่ยังนั่งด้วยใกล้ๆ
พอเขาทำได้เองอย่างคล่องแคล่ว ก็ค่อยๆออกห่างให้เขาสามารถทำงานได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ
5. ขยับมือระบายสีพร้อมกับพูดย้ำๆ "ระบายสีในเส้น" 
ถ้าเขาระบายไม่ทั่วก็ชี้ไปที่ที่ยังไม่ระบายแล้วอาจพูด "ระบายที่ขาว" 
6. ชมเขาเป็นระยะๆ จนเขาระบายสีเสร็จชมและให้รางวัลเขา
ย้อนกลับไปทำข้อ 1 แต่เปลี่ยนเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบ 2, แบบ 3, รูปพระจันทร์ครึ่งเสี่ยว, และรูปปลา
สำหรับรูปปลาถ้าผู้เรียนยังไม่เข้าใจถึงการเปลี่ยนสีในการระบาย ให้ลากเส้นกรอบแต่ละสีให้เขาก่อนที่จะให้เขาระบาย อาจบอกให้เขาสังเกตุในแต่ละสี





วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์

Thursday, August 20, 2015

วิธีสอนพูดคำแรก

การสอนพูดคำแรกไม่ใช่เรื่องง่าย อาจจะต้องลองแล้วลองเล่าหลายต่อหลายครั้ง อย่าเพิ่งท้อถอย เพราะพอเขาพูดได้แล้ว อะไรๆมันก็จะง่ายขึ้น ก่อนที่จะเข้าวิธีสอน อยากขอให้กำลังใจทุกคนที่อยู่ในระยะเริ่มต้น ฉันผ่านมาแล้วคะ ลำบากยากแค่ไหนฉันรู้ดีกว่าใคร แต่คนอย่างฉันยังผ่านมาได้หมายความว่าทุกคนก็สามารถผ่านมันไปได้ เพราะฉะนั้นเรามาเริ่มกันเลยคะ

เป้าหมาย
1. ออกเสียงได้ 1เสียง
2. ออกเสียงได้ 1เสียง และสระ 1เสียง
3. ออกเสียงได้ 1คำ

อุปกรณ์
1. รูปลูกบอล (ฉันเลือกคำนี้เพราะฉันคิดว่าสระ -ออ เป็นสระที่ออกเสียงง่าย แต่จริงๆแล้วจะเป็นรูปอะไรก็ได้ ที่คิดว่าลูกสามารถพูดได้ หรือที่เขาสนใจเป็นพิเศษ)


2. คำศัพท์คำว่า "บอล" อย่าดูถูกความสามารถของลูกเป็นเด็ดขาด ถึงเขาจะไม่สามารถพูด ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่สามารถอ่าน เด็กออทิสติกส่วนมากชอบและสนใจในตัวอักษร เพราะลูกบอลมีหลายแบบหลายขนาดแต่มันก็เรียกว่า "บอล"เหมือนกันหมด แต่คำว่า "บอล"ยังงัยมันก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน มันเป็นสิ่งที่ตายตัวที่พวกเขาชอบ


3. โต็ะและเก้าอี้ ในห้องที่มีสิ่งเร้าใจน้อยที่สุด หรือจะเป็นมุมห้องก็ได้
4. รางวัล

วิธีสอน (ถ้าผู้สอนไม่คิดว่าเด็กจะสามารถอ่านได้ให้ใช้รูปลูกบอลแทนในข้อ 1.)
1. หยิบคำศัพท์ขึ้นในระดับสายตาของเขาแล้วพูด "บอล" แล้ววางคว่ำลงอย่างรวดเร็ว (ระยะเวลาที่ให้ผู้เรียนเห็นคำศัพท์สั้นเท่าไรยิ่งดี ประมาณ1วินาทีหรือน้อยกว่านั้น เพื่อให้เขารู้สึกอยากเห็นอีก แต่ต้องให้แน่ใจว่าเขามอง) ทำอย่างนี้ 5ครั้ง จำนวน 3รอบต่อวัน
2. หลังจากที่อ่านคำศัพท์/ดูรูป 5ครั้ง หยิบรูปลูกบอลขึ้นมา แล้วชี้ไปที่รูปภาพพูด "บอล นี่คือบอล" (ให้เขาอยากจับ หรือถือรูปภาพ ถ้าเขาสนใจ นานเท่าไรยิ่งดี เพือให้เขาเข้าใจว่ารูปนี้คือบอล) อธิบายลักษณะของบอลว่า สีอะไร เป็นแบบไหน ไว้เล่นอะไร (ถ้าเขาไม่สนใจเท่าไรก็ไม่ต้องอธิบายมาก)
3. ในกรณีที่เขายังไม่พูด ให้รางวัลโดยการกอดเขาเบาๆและชมเขา
    ในกรณีที่เขาเริ่มมีเสียงพูดออกมา1เสียง บะ..... ให้รางวัลในสิงที่เขาชอบหรืออยากได้มาก อาจจะเป็นของเล่นหรือของกินก็ได้ และแน่นอนกอดเขาให้แน่นๆและชมเขา
    ในกรณีที่เขามีเสียงพูดออกมา 2เสียง บอ.... ให้รางวัลมากขึ้น
     ในกรณีที่เขาพูดทั้งคำ บอล ให้รางวัลมากที่สุดที่จะให้ได้ ชมเขาให้เยอะที่สุด โทรหาคนรอบข้างชมเขาให้คนอื่นได้ยิน กระโดด ดีใจ ทำอะไรก็ได้ให้เขาเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของผู้สอน




วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์

Tuesday, July 21, 2015

วิธีสอนให้ติดตามเนื้อเรื่อง (ใช้วิธี ABA Applied Behavior Analysis)

ฉันอยากให้ลูกสามารถติดตามเนื้อเรื่องได้ เพราะฉันคิดว่าการอ่านหนังสือเป็นการเปิดโลกกว้าง แถมยังได้เรียนรู้ภาษาที่หลากหลายออกไป ก่อนที่จะสอนให้เขาติดตามเนื้อเรื่อง ตัวฉันเองต้องมั่นใจก่อนว่าเขาสามารถนั่งนิ่งๆได้ ไม่จำเป็นต้องนั่งนิ่งๆเป็นเวลานาน อย่างน้อย 30วินาทีก็เพียงพอต่อการเริ่มต้น หนังสือที่เลือกมาก็เป็นสิ่งสำคัญ ในตอนแรกๆควรเป็นหนังสือรูปภาพ เนื้อเรื่องในแต่ละหน้าสั้นกระทัดรัด เข้าใจง่าย เนื้อเรื่องเป็นคำซ้ำๆยิ่งดี ขอยกตัวอย่างหนังสือภาษาอังกฤษที่ฉันได้ใช้กับลูก
- Brown Bear Brown Bear, What Do You See?
- Who Am I? Farm Animals
- From Head to Toe
หนังสือบางเล่มทำให้เขานั่งได้นานมากขึ้น เพราะรูปภาพที่น่าสนใจ หรือรูปภาพขยับได้ เช่น
- Bee and Me
- Little Red Plane
- Little People (pop up)

เป้าหมาย
1. นั่งฟังได้ 1 หน้า
2. นั่งฟังได้ 3 หน้า
3. นั่งฟังได้ ครึ่งเล่ม
4. นั่งฟังได้จนจบ
5. นั่งฟังได้จนจบรวมถึงถามคำถามแล้วตอบ

อุปกรณ์
1. หนังสือ
2. ที่นั่งที่สบาย เช่น บนโซฟา หรือ มุมห้องที่มีหมอนและตุ๊กตาเยอะๆ ผู้เรียนอาจนั่งถัดจากผู้สอนหรือนั่งตักผู้สอนก็ได้
3. รางวัล หรือ กระดานรางวัล

วิธีสอน
1. ตั้งคำสั่ง "อ่านหนังสือ" ต่อมาใช้คำสั่งที่หลากหลาย เช่น "มาอ่านหนังสือกัน" หรือ "ไปอ่านหนังสือด้วยกัน"
2. ทันทีที่บอกคำสั่ง ชึ้ไปที่หน้าปกแล้วอ่านชื่อเรื่อง (ในกรณีที่เขาไม่มองที่หนังสือ ให้ยกหนังสือขึ้นที่ระดับสายตาของเขา) เปิดไปหน้าแรกของเนื้อเรื่อง แล้วอ่านเนื้อเรื่อง อ่านจบปิดหนังสือทันที
3. ชมเขาและให้รางวัล "อ่านหนังสือได้เก่งมาก"
ถ้าเขาสนใจหนังสือ ก็อ่านต่อได้เลย แต่ต้องสังเกตุ ถ้าเขาเริ่มที่จะไม่สนใจ หรือเบื่อ ให้หยุดทันที ให้เขาพักสักพัก แล้วค่อยเริ่มต้นใหม่ พอเราได้อ่านซ้ำๆตั้งแต่ต้นอย่างนี้ เขาจะเริ่มคุ้นเคยกับคำที่เราพูดแล้วเขาจะค่อยๆสนใจในสิ่งที่เราอ่าน พอเขาเริ่มสนใจฉันก็จะพยายามอ่านให้จบเล่ม พอได้จบเล่ม ครั้งถัดไปฉันก็เริ่มที่จะมีคำถาม เพื่อให้เขาดูรูปภาพได้นานขึ้นและสังเกตุสิ่งรอบตัวในหนังสือ เช่น "เห็นกระต่ายมั้ย" , "กระต่ายสีอะไร", "กระต่ายมีกี่ตัว" เป็นต้น




วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์

Thursday, June 18, 2015

การสอนแบบบังเอิญ Incidental Teaching

มันเป็นการสอนที่ฉันใช้กับลูกเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาอะไร ก็สามารถสอนได้ แต่ตัวฉันเองต้องพร้อมต่อสถาณการ์ณตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น เมื่อลูกเดินไปหยิบของเล่น ฉันเห็นเขาเอื้อมไปหยิบลูกบอลสีเหลือง ฉันรีบคว้าลูกบอลสีเหลืองลูกนั้น แล้วฉันก็หยิบลูกบอกอีกลูกที่มีสีต่างกัน ฉันถามลูกว่า "จะเอาอะไร" เขาอาจตอบว่า "บอล" ฉันถามต่อ "สีอะไร" ถ้าเขาไม่ตอบ ฉันก็อาจจะให้ตัวเลือก "สีเหลือง หรือ สีแดง" ถ้าเขาเอื้อมมือมาหยิบ ฉันก็จะดึงออก แล้วค่อยๆบอกคำตอบที่เขาควรจะพูด เช่น ฉันพูด "สี........" ถ้าเขายังไม่ตอบ ฉันก็เพิ่มตัวช่วย "สี...ด...แ....." บางครั้งฉันก็ตั้งใจให้สถาณการ์ณมันเกิดขึ้น โดยที่ฉันสร้างมันขึ้นมาเอง เช่น เล่นของเล่นที่จำเป็นต้องใช้ลูกบอลใส่ลงไป เล่นกันได้สักพัก ฉันก็เก็บลูกบอลไว้ข้างๆฉัน แล้วค่อยถามเขา
- ลูกฉันชอบดื่มนมมาก ทุกวันจะดื่มประมาณ ๔-๖แก้ว เขาจะพูดว่า นม นม ฉันคิดว่ามันเป็นสถาณการ์ณที่เหมาะมากในการสอนเขาให้พูดเป็นประโยค จากคำว่า นม เฉยๆ เขาก็พูด เอานม, จะเอานม, มามมี่หนูอยากดื่มนม, หนูดื่มนมได้มั้ย หลังๆ ถ้าเขาไม่พูดเต็มประโยค หรือพูดแล้วไม่มองหน้าเหมือนพูดลอยๆ ฉันก็จะเผิกเฉย เหมือนไม่ได้ยิน ด้วยความที่เขาอยากดื่มนมเขาก็จะเดินมามองหน้าฉันแล้วบอกสิ่่งที่เขาต้องการ
- ฉันต้องการให้เขาตอบ ใช่ หรือ ไม่ใช่ พร้อมกับพยักหน้า หรือ ส่ายหัว ฉันให้เขาดูการ์ตูนวันละประมาณ ๑หรือ ๒ตอน แต่เขาจะต้องเป็นคนเลือกเองว่าจะดูอะไร ฉันให้เขาดูรูปตัวการ์ตูนทั้งหมดที่เขาสามารถดูได้ แล้วถามเขาว่าจะดูอะไร เขาก็จะตอบตัวการ์ตูนที่เขาชอบ เช่น แฮนดี้แมนนี่ ฉันหยิบการ์ตูนเรื่องอื่นให้เขาดูแล้วถาม "อันนี้ใช่แฮนดี้แมนนี้หรือเปล่า" เขาต้องตอบ "ไม่" พร้อมกับส่ายหัว ฉันถามเขาอย่างนี้จนเขาจะตอบ "ใช่" พร้อมกับพยักหน้า
มันมีหลายต่อหลายสถาณการ์ณที่ฉันใช้การสอนแบบบังเอิญ มันมีประโยชน์มาก ทำให้เขาพูดจาได้ชัดเจนขึ้น พูดได้เต็มประโยค และที่สำคัญ เข้าใจในสถาณการ์ณว่าควรจะพูดอย่างไร

วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์

Monday, June 15, 2015

วิธีสอนให้มองหน้า (ใช้วิธี ABA Applied Behavior Analysis)

วิธีสอนให้มองหน้า ฟังเหมือนเป็นสิ่งง่ายที่ใครๆก็ทำกัน แต่สำหรับคนออทิสติกแล้ว มันเป็นสิ่งที่ยากสำหรับพวกเขา การสอนในเริ่มแรกควรสอนในห้องหรือมุมห้องที่ไม่มีสิ่งรบกวน รวมไปถึงสิ่งตกแต่งต่างๆในห้อง ถ้าไม่มีห้องว่างก็สามารถใช้มุมห้องที่ไม่มีการตกแต่ง ให้คนเรียนนั่งหันหน้าเข้าที่มุมห้อง คนสอนอาจจะนั่งหลังชนมุมห้องหรือนั่งข้างๆ
เป้าหมาย
1. มองหน้าได้ 1วินาที ในระยะ 1 ฟุต
2. มองหน้าได้ 5วินาที ในระยะ 1 ฟุต
3. มองหน้าได้ 5วินาที ในระยะ 2 ฟุต
4. มองหน้าคนพูด

อุปกรณ์
1. ที่นั่งสำหรับเด็กและคนสอน โดยที่หน้าทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน
2. รางวัล หรือ กระดานรางวัล

วิธีสอน
1. ตั้งคำสั่ง "มองหน้า" ต่อมาให้คำสั่งที่หลากหลาย เช่น เรียกชื่อคนเรียน
2. ทันทีที่บอกคำสั่ง ให้มือทั้งสองข้างป้องข้างตาทั้งสองข้างของเขาให้เขามองมาที่คนสอนเท่านั้น เมื่อทำได้ลดการช่วยลง โดยป้องมือในระยะห่างจากหน้าของเขา, ใช้ของรางวัลหรือของเล่นที่เขาชอบแตะที่ระหว่างตาของคนสอน(เพื่อให้เขามอง), และ ไม่มีการช่วย
3. ให้รางวัล และชมเขาทันที "มองหน้าได้เก่งมาก"

การสอนให้มองหน้าเป็นสิ่งที่แรกๆที่ฉันสอนลูก จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ประมาณปีครึ้งเห็นจะได้ เวลาเขาจะเอาอะไร เขาก็จะมองหน้าแล้วบอกสิ่งที่เขาต้องการ แต่บางครั้งเขาก็พูดขึ้นมาแล้วเดินผ่านๆ ฉันได้ยินอยู่หรอกนะว่าเขาต้องการอะไร แต่เพียงแค่อยากให้เขาเข้าใจว่าถ้าเขาไม่มองหน้าคนพูดด้วย อีกฝ่ายก็จะไม่รู้ว่าเขาคุยด้วย ฉันก็ทำเป็นไม่ได้ยินหรือบางครั้งก็ถามเขาว่า ลูกพูดกับแม่หรือเปล่า เขาก็จะเดินมาใกล้ๆมองหน้าฉัน แล้วบอกฉันอีกทีว่าเขาต้องการอะไร การสอนแบบนี้เรียกว่า การสอนแบบบังเอิญ Incidental Teaching มันเป็นการสอนที่สำคัญมากสำหรับคนออทิสติก เพราะมันทำให้เขาเข้าใจถึงสถานการณ์จริง

วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์

Wednesday, May 20, 2015

วิธีจัดการกับพฤติกรรม (Guidelines to Developing Behavior Management Strategies)

พฤติกรรมของลูกเป็นสิ่งที่อธิบายยากมาก ในสถานการ์ณหนึ่งเด็กแต่ละคนก็มีพฤติกรรมแตกต่างกันไป ถ้าเขาทำสิ่งที่เราไม่ต้องการให้ทำ เราก็บอกเขา แล้วเขาก็ทำตามที่เราพูด แต่ถ้าไม่ทำตามที่เราพูด มันก็จะกลายเป็นภาพที่ไม่น่าดู บางทีก็ร้องไห้ กรีด ขว้างของ หรือโขกหัว บางคนก็บอกให้ฉันตี เด็กมันจะได้จำ บางคนก็บอกให้รางวัลเวลาเขาทำดี เขาจะได้เลือกที่จะทำดี หลายต่อหลายอย่าง ไม่รู้จะเลือกทำอะไร กลัวว่าทำไปแล้วผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี วันนี้ฉันเลยอยากแนะนำวิธีการแก้ไขพฤติกรรมตามแบบฉบับของ ABA (Applied Behavior Analysis) ฉันใช้วิธีนี้เป็นเวลา 1ปีเต็ม พฤติกรรมที่กล่าวมาข้างต้นหายไปอย่างไม่รู้ตัว รู้ตัวอีกทีก็ตอนหารูปลูกมาลงเวปแล้วไปเจอข้อมูลที่ตัวเองพิมพ์ไว้

ขั้นตอนที่ 1. เขียนพฤติกรรม
  • ระบุพฤติกรรมที่ต้องการปรับปรุง
  • อธิบายพฤติกรรมให้ละเอียดในรูปแบบของการสำรวจ ตัวอย่างเช่น ระบุพฤติกรรมการโมโห อาจจะเขียนว่า "โมโห ประกอบด้วยอาการ กรีด โขกหัว ร้องไห้ หรือกลั้นหายใจ"
ขั้นตอนที่ 2. สะสมข้อมูล (ทุกพฤติกรรมที่เด็กทำมีเป้าหมาย)
  • สังเกตุการ์ณพฤติกรรมและอธิบายเหตุผลของการกระทำว่าทำไมเด็กถึงทำเช่นนี้
  • จดบันทึกเหตุการ์ณของก่อนพฤติกรรม (อะไรเกิดก่อนพฤติกรรมนี้) พฤติกรรม (สังเกตุการกระทำในพฤติกรรม) และเหตุการ์ณลงท้าย (อะไรเกิดขึ้นหลังจากพฤติกรรม)

    ความน่าจะเป็น มี:
    หลีกเลี่ยง หรือ หนี เช่น จากการทำงาน, จากสถานการ์ณ, หรือจากการกระทำ
    เรียกร้องความสนใจ
    เรียกร้องสิ่งของ เช่น ของกิน, ของเล่น, หรือเล่นเกม
    ความต้องการทางระบบประสาท


หลังจากสะสมข้อมูลข้างต้นเสร้จ ฉันก็มาดูว่าพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนโดยการเก็บข้อมูลที่มี 3รูปแบบ รูปแบบ 1. บันทึกความบ่อยครั้ง บันทึกความบ่อยครั้งของพฤติกรรมในช่วงเวลาที่กำหนด วิธีนี้เหมาะสำหรับพฤติกรรมที่มีความแน่นอน เช่น โยนของ ทุบตีสิ่งของ
แบบฟอร์มรูปแบบ 1


        รูปแบบ 2. บันทึกเป็นช่วงเวลา บันทึกความนานของเวลาที่พฤติกรรมนั้นเกิดขึ้น ใช้นาฬิกาจับเวลาเริ่มจับเวลาตั้งแต่พฤติกรรมเริ่มต้นจนจบ วิธีนี้เหมาะสำหรับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งๆ เช่น เหม่อลอย
แบบฟอร์มรูปแบบ 2


        รูปแบบ 3. บันทึกช่วงเวลาของพฤติกรรมที่คาดว่าจะเกิดขึ้น บันทึก ใช่/ไม่ ถ้าพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คาดการ์ณไว้ วิธีนี้เหมาะสำหรับพฤติกรรมที่เกิดขึ้นรุนแรงในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น โบกมือไปมา
แบบฟอร์มรูปแบบ 3

เมื่อฉันรู้พฤติกรรมของลูกและความต้องการของพฤติกรรม ฉันก็สามารถหาวิธีมาช่วยให้พฤติกรรมนั้นๆหายไปได้

ขั้นตอนที่ 3. กำหนดวิธีจัดการกับพฤติกรรม
วิธีก่อนพฤติกรรม เป็นการควบคุมสถานการ์ณก่อนที่พฤติกรรมเกิดขึ้น สำหรับปกป้องพฤติกรรมที่จะเกิดขึ้น
วิธีการแก้ไขพฤติกรรมในระยะสั้น โดยใช้พฤติกรรมหรือความสามารถมาแทนที่ และสามารถทดแทนพฤติกรรมที่ท้าทายกลับให้เป็นพฤติกรรมที่เหมาะสม
พฤติกรรมที่แทนทีต้องเป็นสิ่งที่ไม่เกินความสามารถของผู้เรียน ตัวอย่าง



วิธีการแก้ไขพฤติกรรมในระยะยาว โดยใช้ความพอใจหรือการปรับตัวของพฤติกรรม เช่น อะไรที่ผู้เรียนควรจะทำแทนที่จะเผชิญหน้ากับพฤติกรรมที่เป็นปัญหา


จัดสถานการ์ณที่คิดว่าพฤติกรรมที่ท้าทายนั้นอาจจะเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น รู้ว่าผู้เรียนจะร้องโวยวายเมื่อบอกให้หยุดเล่นคอมพิวเตอร์ ฉันก็ให้เขาเล่นคอมพิวเตอร์แล้วบอกให้เขาหยุด ทันทีที่บอกให้เขาหยุด ฉันก็บอกให้เขาทำกิจกรรมถัดไป หรือให้เขาเล่นเพิ่ม 5นาที แล้วอาจจะใช้คอมพิวเตอร์เป็นของรางวัลในกิจกรรมอื่น 

ถ้าเป็นไปได้ก่อนที่จะจัดสถานการ์ณนั้น ควรจะทราบเสียก่อนว่า พฤติกรรมที่ท้าทายนั้นเกิดขึ้นเพื่ออะไร เช่น ร้องโวยวาย เกิดขึ้นเพื่อ เรียกร้องความสนใจ และต้องการเล่นคอมพิวเตอร์ต่อ ฉะนั้นถ้าพฤติกรรมที่ท้าทายนั้นเกิดขึ้นสิ่งที่เราต้องควรทำคือ ไม่สนใจ(เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น) และไม่ให้เขาเล่นคอมพิวเตอร์ เพราะถ้าให้ในสิ่งที่เขาต้องการในครั้งที่พฤติกรรมที่ท้าทายนั้นเกิดขึ้น ทุกครั้งที่เขาต้องการอะไรแล้วไม่ได้ พฤติกรรมที่ท้าทายนั้นๆก็จะเกิดขึ้น 

วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์





Monday, May 4, 2015

ออทิสซึ่ม คืออะไร

ออทิสซึ่ม คือบุคลิกที่ยากในการเข้าสังคม ยากในการสื่อสาร และบุคลิกที่มีพฤติกรรมซ้ำๆ อย่างไรก็ตาม อาการและความร้ายแรงของพฤติกรรมเหล่านี้มีหลายรูปแบบภายใน 3กลุ่มที่พูดถึง บางครั้งถ้ารวมทุกอย่างด้วยกันผลลัพธ์อาจทำให้อาการที่ออกมาเล็กน้อยในคนที่เป็นออทิสติกขั้นร้ายแรงบางคน แต่สำหรับบางคนอาจร้ายแรงมาก เพราะการมีพฤติกรรมซ้ำๆและการไม่สามารถการสื่อสารนั้นเป็นอุปสรรค์ในการใช้ชีวิตประจำวัน


ฉันได้ทำการค้นคว้าด้วยตัวของฉันเอง เกี่ยวกับออทิสซึ่ม ค้นพบได้ว่าจริงแล้ว ออทิสซึ่มไม่ไช่เป็นโรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นแค่ชื่อเรียกพฤติกรรมของคนเหล่านี้ ฉันลองคิดกลับไปสมัยเด็กๆ  ฉันมีเพื่อนบางคนที่ติดกัดเล็บ ดูดนิ้วมือ พูดช้า เป็นลมบ้าหมูบ่อย พูดติดอ่าง ขี้เหม่อ ขี้อายไม่ชอบมองหน้าคนพูด หรือพฤติกรรมหลายต่อหลายอย่าง ที่ฉันมองว่าเป็นเรื่องปกติของเด็ก เดี๋ยวโตขึ้นพวกพฤติกรรมพวกนี้ก็จะหายไปเอง แต่ฉันกลับมาลองคิดดู ว่าพวกเราเรียกพฤติกรรมเหล่านี้ว่าอะไร? อืม.....ฉันไม่รู้สิ แต่สมัยนี้พฤติกรรมเหล่านี้เป็นอาการของออทิสซึ่ม ฉันเคยคุยกับแพทย์ที่ประเทศไทย สรุปได้ว่าอาการมีอยู่ 50อาการ ถ้าเด็กมีอาการ 25% หรือมากกว่านั้น ถือว่าเป็นออทิสติก แต่ที่อเมริกาถ้ามี 1 อาการที่ทำให้การเรียนรู้ของเด็กช้าลงนั้นถือว่าเข้าข่ายออทิสซื่ม
แสดงว่าใครจะเรียกลูกเราว่าอย่างไรก็เป็นสิ่งไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ว่าพฤติกรรมเหล่านั้นจะเป็นอุปสรรค์ในการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวันของเขาหรือเปล่า ฉันเชื่อว่าเด็กทุกๆคนมีข้อดีและข้อเสีย แต่ฉันเลือกที่จะมองลูกของฉันแต่เพียงข้อดีแล้วทิ้งข้อเสียลงกระดาษ ข้อเสียในกระดาษเหล่านั้นเป็นเสมือนปมเชือก บางปมซับซ้อนบางปมแค่สกิดก็หลุดออก เมื่อฉันสามารถมองแต่ข้อดีของลูกได้ มุมมองของฉันในการมองเด็กก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นเด็กคนอื่นงอแง ฉันกลับเข้าใจรู้ว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเด็ก ซึ่งมันเกิดขึ้นได้จากหลายๆสาเหตุ ถ้าเรารู้สาเหตุก็อาจจะแก้ไขได้หรือทำให้เด็กรู้สึกดีขึ้น
การมองเพียงส่วนดีในตัวลูกไม่เพียงแต่ทำให้ตัวฉันเองมองโลกในแง่ดีขึ้น มันทำให้ผู้ปกครองคนอื่นที่มีปัญหากับลูกของเขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ไม่จำเป็นต้องหลบๆซ่อนๆทุกครั้งที่เด็กแสดงอาการออกมา แล้วตัวเด็กเองก็จะรับรู้ได้ถึงการยอมรับในสังคม และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นในการช่วยให้เด็กกล้าที่จะเข้าร่วมสังคม

วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์