Tuesday, January 12, 2016

floor time (ขั้นต้น)

ฉันเคยได้ยินคำว่า floor time มาหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะที่ประเทศไทย เขามักจะใช้คำนี้เพื่อบอกให้ผู้ปกครองหันมามีเวลาเล่นกับลูก แต่จริงๆแล้ว floor time มันมีอะไรทีมากไปกว่านั้น มันเป็นการเล่นกับเด็กโดยที่ในเวลาเดียวกันเราใส่การสอนให้เด็กมีการเตรียมพร้อมกับการเข้าร่วมสังคมอย่างถูกต้อง และยังช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องภาษาได้ง่ายขึ้นเพราะเด็กได้เรียนรู้ภาษาผ่านสิ่งที่เขาสนใจ
ฉันใช้วิธีนี้ในช่วงแรกๆที่ฉันพอจะมีเริ่มรู้ว่าเขาช้าในเรื่องของภาษา ฉันไม่เคยบันทึกการ floor time กับลูกของฉันเลย มันทำให้ฉันลืมนึกถึงมันจนวันก่อนเก็บบ้านแล้วเจอหนังสือที่เคยอ่านไว้ ฉันคิดว่าวิธีขั้นต้นนี้เหมาะกับเด็กเล็ก เพราะมันเน้นการเล่นเป็นหลัก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถใช้ได้กับเด็กโต ฉันคิดว่าลักษณะนิสัยของเด็กโตหรือว่าผู้ใหญ่บางคนยังเป็นเหมือนเด็ก พวกเขาอาจจะต้องใช้วิธีนี้เพื่อเริ่มต้นแล้วค่อยๆให้เขาเรียนรู้เพิ่มเติมจนกระทั่งถึงจุดที่เขาเข้าใจว่า สิ่งไหนที่เหมาะกับตัวเขา
floor time ขั้นต้นนี้ จะเน้นเสริมสร้างทักษะการมองหน้า การมีส่วนร่วม และเข้าใจภาษา ไม่จำเป็นต้องทำตามลำดับ แต่ไม่ควรมองข้าม
1.แปะมือ/ไฮไฟว์
ยกมือขึ้นข้างหน้าแล้วบอก "แปะมือ!" ถ้าเขาไม่แปะมือตอบหลังจากที่ถามสัก 2-3ครั้ง ให้หันไปที่คนข้างๆ(ถ้ามีอีกคนอยู่ด้วย)เพื่อเป็นตัวอย่าง "แปะมือ! เย้"
ถ้าไม่มีคนอื่นช่วยเป็นตัวอย่าง ให้ใช้อีกมือจับที่มือของเด็กมาแปะที่มือของผู้สอน
- ช่วยเรียกร้องความสนใจของเด็ก ทำให้เด็กเริ่มมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่อๆไป

2. อยู่ไหน
ใช้ผ้าคลุมหัวเด็กแล้วบอก "อยู่ไหน อยู่ไหน (ชื่อเด็ก)" ทำท่าทางเหมือนมองหา พอเขามีท่าทางดึงผ้าออก ให้ผู้สอนมองไปที่หน้าเด็กแล้วบอก "จ๊ะเอ๋"
ถ้าเขาไม่ดึงผ้าออกก็ย้ำ "อยู่ไหน อยู่ไหน (ชื่อเด็ก)" สัก2-3ครั้ง ถ้าเขายังไม่ดึงผ้าออก ให้ดึงผ้าออกให้เด็ก "จ๊ะเอ๋"
ถ้าเด็กเริ่มที่จะเล่นด้วย ให้ลองคลุมหัวผู้สอนแล้วเล่นแบบเดียวกัน
- ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม มีสายตามองคนที่เล่นด้วยและสนุกกับการเล่น

3. ลูกบอลอยู่ไหน
ใช้ลูกบอลลูกเล็กๆ ใส่เข้าไปในเสื้อของเด็ก ใส่ประมาณที่หน้าท้องของเขา ให้ผู้สอน แบมือแล้วอาจจะบอก "โอ๊ะ ลูกบอลไปไหน" ขณะที่พูดให้มองหน้าเด็กตลอด ถ้าเขาไม่สนใจ ให้จับไปที่ท้องของเขาในจุดที่มีลูกบอลอยู่แล้วย้ำคำพูด "ลูกบอลไปไหน" ถ้าเขามีท่าทีกระตือรือร้นที่จะเอาลูกบอลออกจากเสื้อ อาจจะบอกเขาว่า "อยู่นี่"
ถ้าเขาเริ่มสนใจลูกบอล ให้หยิบลูกบอลออกจากเขาแล้วยกขึ้นที่ระดับสายตาของผู้สอน เพื่อให้เขาสบสายตาแล้วอาจจะบอกว่า "ลูกบอล" แล้วเล่นใส่เสื้อเขาอีก
ถ้าเขาเริ่มสนใจมากขึ้น ให้เขาลูกบอลใส่เสื้อผู้สอน แล้วทำเช่นเดียวกัน ให้เขาเป็นคนหา โดยที่ไกด์เขาให้เขารู้ว่าลูกบอลอยู่ที่ไหน
- ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม มีสมาธิมุ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีสายตามองคนที่เล่นด้วยและสนุกกับการเล่น 

4. หมู 5ตัว
จับที่นิ้วเท้าของเขาเริ่มจากนิ้วที่ใหญ่สุด แล้วพูดบทความ "หมูตัวนี้ไปตลาด"
*ทุกครั้งที่พูด ให้ผู้สอนสบตากับเด็กตลอด 
จับนิ้วเท้าถัดมา "หมูตัวนี้อยู่บ้าน"
จับนิ้วเท้าถัดมา "หมูตัวนี้กินเนื้อย่าง"
จับนิ้วเท้าถัดมา "หมูตัวนี้ไม่ได้กิน"
จับนิ้วเท้าสุดท้าย "หมูตัวนี้ร้องไห้ ฮือ ฮือ ฮือ"
ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางไต่ขาเด็กขึ้นไปจนถึงท้องแล้วจักจี้ บางทีอาจจะไต่ขึ้นจนถึงจมูกเพื่อให้เขามองที่หน้าเรา ขณะที่ทำให้พูดบทความตอนจบ "แล้ววิ่งกลับบ้าน..........."
*ถ้าเขาสนใจ โดยหัวเราะและมองหน้า ผู้สอนสามารถเล่นต่อเพื่อดึงความสนใจให้นานขึ้นโดย จับที่นิ้วเท้าอีกครั้งแล้วแกล้วทำเป็นหยิบนิ้วเท้ากิน อาจจะพูด "ง้ำ ๆๆๆ อร่อยจังเลย กินด้วยกันมั้ย?" ทำท่าว่าหยิบนิ้วเท้าแล้วยื่นให้ที่ปากเขา ย้ำสักสองสามครั้ง 
- ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม มีสมาธิมุ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้น มีสายตามองคนที่เล่นด้วยและสนุกกับการเล่น

5. ไขลาน
ใช้ตุ๊กตาไขลาน ไขให้เด็กดูแล้วอาจจะพูด "ว้าว ดูๆ" เพื่อให้เด็กสนใจที่ตุ๊กตาไขลาน ทำท่าทางตื่นเต้นขณะที่ตุ๊กตาขยับ เช่น ปรบมือ พูด"อู้ ว้าว" พอตุ๊กตาไขลานหยุด ให้บอกเด็ก "เอาอีกๆ" หันไปมองหน้าเด็กแล้วถาม "เอาอีกมั้ย?" แล้วไขลานตุ๊กตาอีกที
ถ้าเด็กเอื้อมมือหยิบตุ๊กตาไขลาน ให้ผู้สอนแบมือแล้วถาม "ช่วยมั้ย?" ถ้าเขาไม่ยื่นตุ๊กตาไขลานให้ ให้ใช้อีกมือเอื้อมจับมือที่เขามีตุ๊กตาไขลานให้ผู้สอน เมื่อรับตุ๊กตาไขลานมาให้ไขลานทันที แล้วพยายามดึงดูดความสนใจอีกที ถ้าเด็กไม่มองหรือไม่สนใจ ให้ผู้สอนหยิบตุ๊กไขลานขึ้นแล้วถือที่ตรงหน้าของผู้สอนแล้วถาม "เอาอีกมั้ย?"
ถ้าเขายังไม่สนใจ ให้ทำเหมือนตุ๊กตาไขลานเป็นเรื่องใหญ๋โต เช่น "โอโห มันเดินใหญ่เลย" "ว้าว สุดยอดไปเลย มาดูเร็ว"
ถ้าเขาไม่สนใจเลย ให้พักสักพัก แล้วลองอีกที ให้เขานั่งบนเก้าอี้ หรือบนเก้าอี้ที่มีสายขาดเข็มขัด ให้เขามีโอกาสเดินหนีให้น้อยที่สุด
- ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม มีสมาธิมุ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้น มีความเรียกร้องในสิ่งที่ต้องการ มีสายตามองคนที่เล่นด้วยและสนุกกับการเล่น

6. หนึ่ง สอง สาม กระโดด
ชวนเด็กให้เล่นโดยบอก "เล่นกระโดดกัน" บอก "หนึ่ง สอง สาม กระโดด"แล้วทำท่ากระโดด ให้เด็กดู ชวนเด็กให้กระโดดด้วย
สำหรับเด็กเล็กอาจจะอุ้มตัวขึ้นเมื่อพูดคำว่า "กระโดด" หรืออาจจะพูดคำว่า "ขึ้นสูง"
สำหรับเด็กโตถ้าเขาไม่กระโดด ให้หันหน้าเข้าหาเขาแล้วจับมือเขาทั้งสองมือกระโดดไปพร้อมกัน ถ้าเด็กไม่มองหน้าผู้สอนขณะเล่น ผู้สอนอาจจะลงไปนั่งยันเข่า แล้วขยับขึ้นลงเหมือนกระโดดอยู่กับที่
อย่าลืมว่าตอนนับให้นับอย่างช้าๆเพื่อให้เด็กได้มีโอกาสนับเอง ทำเสียงตื่นเต้น และมองที่หน้าเด็ก
-  ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม มีสมาธิมุ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีสายตามองคนที่เล่นด้วยและสนุกกับการเล่น

7. เดินขบวน
เมื่อเด็กลุกเดินไปมา ให้ผู้สอนวิ่งไปเดินข้างหน้าเด็กแล้วเริ่มพูดบทความ
"เดินขบวน เดินขบวน
เดินขบวน เดินขบวน" ขณะพูดให้ผู้สอนเดินเหมือนเดินพาเหรด โดยยกเท้าสูง หรืออาจจะเสริม "ซ้าย ขวา ซ้าย"
"กระโดด กระโดด
กระโดด กระโดด" ขณะพูดให้ผู้สอนกระโดดไปข้างหน้า
"วิ่ง วิ่ง วิ่ง
วิ่ง วิ่ง วิ่ง" ขณะพูดให้ผู้สอนวิ่งเล็กน้อยไปข้างหน้า
"ถึงตอนนี้......ต้อง..หยุด" ขณะพูดให้ผู้สอนหยุดอยู่กับที่
- ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม ให้เข้าใจถึงคำว่า "หยุด"และคำกิริยาตัวอื่นเช่น วิ่งและกระโดด มีสมาธิมุ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้น และสนุกกับการเล่น

8. เดินรอบดอกไม้
ชวนเด็กให้เล่นโดยบอก "มาเดินรอบดอกไม้กัน" จับมือเด็กทั้งสองข้างแล้วพูด "เอาละน้า เริ่ม" แล้วเริ่มพูดบทความ
"เดินรอบๆดอกไม้ เก็บดอกไม้เต็มกระเป๋า เหยียบ เหยียบ เหยียบ พวกเรา...ล้ม..ลง" ขณะพูดให้เดินกับเด็กเป็นวงกลมและจำมือเด็กตลอดเวลา พอถึงท่อนสุดท้ายให้แกล้งล้มลงนั่งหรือนอนกลับพื้น รอบแรกๆอาจจะต้องดึงมือเด็กเล็กน้อยให้ล้มลงด้วยกัน ถ้าเด็กยังไม่ตอบสนองให้ปล่อยมือแล้วจับที่ตัวเด็กแล้วเอนตัวเด็กล้มลงเบาๆ
- ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม มีสมาธิมุ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้น ช่วยให้เด็กได้มีการเริ่มรู้จักการรอคอยเพราะเด็กส่วนมากชอบเล่นล้มลงกับพื้น มีสายตามองคนที่เล่นด้วยและสนุกกับการเล่น

9. หลับฝันดี
แนะนำให้ใช้ตุ๊กตาที่สามารถเปิดและปิดตาได้ (ผู้สอนสามารถทำได้เองไม่ต้องใช้ตุ๊กตา เพียงแต่ตอนหลับตาผู้สอนอาจจะไม่รู้ว่าเด็กยังมองอยู่หรือเปล่า) จับตุ๊กตานั่งหรือยืนแล้วมองที่เด็ก
แล้วอาจจะบอก "ชู่......" ผู้สอนทำท่าเอานิ้วไว้ที่ริมฝีปาก
"เวลานอนใช่มั้ย" ทำท่าหาวนอน
"หลับฝันดี" จับตุ๊กตา นอนลง
"ชู่......." ทำท่าเอานิ้วไว้ที่ริมฝีปาก
"หลับฝันดี" นิ่งสัก 3-4วินาที
"หนึ่ง สอง สาม...." ยกนิ้วขึ้นนับ
"ตื่น ตื่น ตื่นได้แล้ว" พูดเสียงดังแล้วจับตุ๊กตาลุกขึ้นเหมือนตกใจตื่น
- ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม มีสมาธิมุ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้น ช่วยให้เด็กเริ่มรู้จักการรอคอย ให้เขาเข้าใจถึงเวลานอนและเวลาตื่น เริ่มให้เขามีการสังเกตุและปฏิบัติตาม มีสายตามองคนที่เล่นด้วยและสนุกกับการเล่น

10. แม่ช้าง ลูกช้าง
เมื่อเห็นเด็กวิ่งหรือเดินรอบๆห้อง ผู้สอนสามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับเด็กได้โดยอาจจะพูด
"แม่ช้างมาแล้ว.." ใช้มือทำท่าเหมือนงวงช้างวางไปที่หน้าจมูกของผู้สอน
"แม่ช้างมาแล้ว.." ย้ำแล้ววิ่งหรือเดินมุ่งไปหาเด็ก
"ลูกช้างอยู่ไหนน้า...." "ลูกช้างอยู่ไหน?" ทำท่ามองหา
"อยู่นี่ไง ลูกช้าง" ชี้ไปที่เด็ก
"ลูกช้างอยากจะเล่นกับแม่ช้างมั้ย?" อุ้มเด็กขึ้นแล้ว โยกไปมาเหมือนเล่นชิงช้า อาจจะพูด "วี ว้าว วู้.." ขณะที่โยก
"ลูกช้างเล่นเสร็จ" หรืออาจจะบอก "ลูกช้างนั่งลง" วางเด็กลงแล้วอาจจะปรบมือ "เย้"
- ช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมกับกิจกรรม ช่วยให้เด็กเริ่มมีการตอบสนองเพราะเด็กส่วนมากชอบที่จะโยกไปมาเหมือนเล่นชิงช้า ช่วยริเริ่มให้เขามีการสังเกตุว่าช้างมีจมูกยาว ให้เขาเริ่มมีความเข้าใจว่าเมื่อเล่นเสร็จทุกอย่างจะหยุดนิ่งและเขาก็ควรจะนิ่งด้วย มีสายตามองคนที่เล่นด้วยและสนุกกับการเล่น


วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์
ความเป็นมาของผู้เขียน


Sunday, December 6, 2015

ตั้งกฏและการทำโทษ


การตั้งกฏ เหมาะสำหรับเด็กทุกวัย กับพวกเราเองก็ยังเลือกที่จะทำตามกฏหลายต่อหลายอย่าง เช่น การเข้าคิว ถ้าเรามีประตู 3 ประตู ประตู 1ต้องเข้าคิวรอสิ่งที่เรารู้ว่าเป็นสิ่งที่ต้องการ ประตู 2 ต้องเข้าคิวรอสิ่งที่เราไม่รู้ว่าคืออะไร และ ประตู 3 ไม่ต้องเข้าคิว ซึ่งแน่นอนคนทุกคนก็ต้องเลือก ประตู 1 หรือไม่ก็ประตู 3 สำหรับเด็กก็เหมือนกัน เขาจะทำตามกฏก็ต่อเมื่อเขารู้แน่นอนว่าสิ่งที่เขาจะได้จากการทำตามกฏนั้นคืออะไร หรือไม่ก็เลือกที่จะไม่ทำตามกฏเสียเลย เพราะฉะนั้น มันจำเป็นมากที่จะต้องให้กฏมาเป็นส่วนช่วย
การตั้งกฏต้องเป็นกฏที่มีเหตุมีผลที่เป็นไปได้ ตรงส่วนนี้อยากให้พิจราณาจากความสามารถของเด็ก เช่น ตั้งกฏเวลากินข้าวให้นั่งนิ่งๆไม่กระโดดไปมาหรือลุกจากเก้าอี้ ความสามารถของเด็กก็ต้องสามารถนั่งนิ่งๆได้นานประมาณ 30นาทีขึ้นไป ผู้สอนสามารถตั้งกฏให้เกินความสามารถของเด็กได้นิดหน่อย เช่น ถ้าเขาจะใช้เวลากินข้าวประมาณ 45นาที แต่ความสามารถของเขานั่งนิ่งๆได้แค่ 30นาที
ตัวอย่างกฏที่อาจจะตั้ง
- ห้ามวิ่งเล่นในห้าง
- จับมือแม่เวลาเดินในตลาด
- ไม่โบกมือไปมาตอนกินข้าว
- เก็บของเล่นเมื่อเล่นเสร็จ
- อ่านหนังสือหลังทำการบ้าน
- ลองกินของใหม่ๆ
- กินผักผลไม้ที่ให้
เป็นต้น
ของรางวัล เป็นสิ่งที่ทำให้เด็กพยายามทำตามกฏ เด็กแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกัน ส่วนมากที่ฉันใช้ได้ผลเกือบทุกครั้งคือ ของกิน เช่น ไอศครีม หรือ คุกกี้ แต่ก็มีหลายครั้งที่ฉันใช้ของเล่นเฉพาะหน้าที่เขาเลือกเอง เช่น ถ้าเขาหยิบรถของเล่นขึ้นมาในจังหวะที่เขากำลังกินข้าว ฉันก็จะหยิบรถคันนั้นออกจากมือเขาทันที แล้วตั้งกฏ "ถ้าหนูนั่งกินข้าวนิ่งๆไม่ขยับออกจากเก้าอี้ หนูจะได้รถคันนี้" แล้วเอารถตั้งไว้ในที่เขาสามารถเห็นแต่ไม่สามารถหยิบได้ **ถ้าเขางอแง ไม่ยอมทำตาม ผู้สอนไม่ควรให้ของรางวัลเด็ดขาด เป็กกฏที่สำคัญจากวิธีจำกัดกับพฤติกรรม
ถ้าการตั้งกฏและการให้รางวัลยังไม่ได้ผล ผู้สอนสามารถใช้วิธีการทำโทษมาใช้ร่วมด้วย เพื่อให้เด็กเห็นชัดเจนในผลกระทำที่เขาจะทำ การทำโทษในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตีหรือการทำร้ายร่างกาย แต่อยากให้เป็นการทำโทษในรูปแบบอื่นที่เขาไม่ชอบหรือไม่ชอบเป็นที่สุด เช่น เด็กส่วนมากไม่ชอบที่จะอยู่เฉยๆ หรืออยู่คนเดียว อาจจะให้เขานั่งเฉยๆหันหน้าเข้าหากำแพง,ให้เขาเข้าไปอยู่ในห้องคนเดียว จับเวลาไว้ที่ประมาณ 20วินาที(สำหรับครั้งแรกๆ ถ้ายังไม่ทำตามกฏอาจจะเพิ่มเวลา) การงดของชอบก็เป็นวิธีที่เข้าใจง่าย เช่น งดขนม, งดทีวี, หรืองดของเล่น
**ก่อนที่จะให้รางวัลหรือลงโทษ ผู้สอนควรบอกให้เด็กรู้ว่า เขาได้รางวัลหรือโดนทำโทษเพราะอะไร เช่น ไอศครีมอันนี้สำหรับเด็กเรียบร้อยไม่วิ่งเล่นในห้าง หรือ ไม่ได้ดูการ์ตูนเพราะหนูไม่กินผัก เป็นต้น

**ก่อนที่จะใช้กฏนอกบ้าน ให้ฝึกฝนในบ้านให้บ่อยครั้งก่อน ให้มั่นใจว่าเขาเข้าใจในกฏ ของรางวัล และการลงโทษ เสียก่อน


วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์
ความเป็นมาของผู้เขียน

Saturday, November 28, 2015

วิธีสอนให้ระบุอารมณ์ ใช้วิธี ABA(Applied Behavior Analysis)

ความสามารถในการระบุอารมณ์เป็นการเตรียมตัวในขั้นพื้นฐานให้เขาพร้อมกับการเรียนรู้ในการระบุอารมณ์ของตัวเขาเองในอนาคต เช่น ในอนาคตฉันอยากให้ลูกสามารถบอกได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร เศร้า ดีใจ หรือเจ็บปวดเมื่อตอนไม่สบาย มันเป็นการเตรียมพร้อมให้เขาในอนาคตเพื่อที่อย่างน้อยเขาก็จะสามารถสื่อความรู้สึกที่เขามีออกมาให้คนอื่นๆได้รู้ พร้อมกับให้เขาได้ฝึกการสังเกตุสีหน้าและความรู้สึกของคนอื่นและของตัวเอง

เป้าหมาย
1. ระบุได้ว่าเศร้า
2. ระบุได้ว่าดีใจ หรือ มีความสุข
3. ระบุได้ว่าโมโห หรือ โกรธ

อุปกรณ์
1. โต๊ะและเก้าอี้ หรือ ห้องว่างๆที่ไม่มีสิ่งล้อใจ
2. รูปหน้าคนที่หลากหลายอารมณ์
3. กระจกตั้งโต็ะ
4. รางวัล

วิธีสอน
1. ตั้งคำสั่ง "รู้สึกอย่างไร" คำสั่งที่หลากหลายอาจจะเป็น "เขารู้สึกอย่างไร" "เด็กคนนี้รู้สึกอย่างไร"
2. เมื่อบอกคำสั่งเสร็จให้ชี้ไปที่รูปหรือหยิบรูปขึ้นที่ระดับสายตาของเขา แล้วบอกคำตอบเขาทันที เช่น "ดีใจ"
*ผู้สอนควรจะมั่นใจก่อนว่าผู้เรียนสบตาผู้สอนและมองที่รูปภาพ ถ้าเขายังไม่สามารถสบตาให้ย้อนกลับไปสอนวิธีสอนให้มองหน้า (การย้อนกลับไปสอนในบทเรียนเก่าเป็นสิ่งที่ดี เพื่อให้เขามีพื้นฐานที่มั่นคง)
3. ใช้รูปดีใจรูปที่สองแล้วทำเหมือนข้อ 2.
4. อธิบายให้เขาฟังว่าทำไมคนนี้ถึงดีใจ เช่น ชี้ไปที่ปากแล้วบอก "เด็กคนนี้ยิ้ม" ยื่นกระจกให้เขาดูหน้าตัวเองแล้วบอกให้เขายิ้ม ถ้าเขายิ้มก็บอกว่าตัวเขาเองกำลังดีใจ อาจจะบอก "ยิ้ม (ชื่อผู้เรียน)รู้สึกดีใจ"
ถ้าเขาไม่ยิ้ม ผู้สอนก็ยิ้มให้เขาดูแล้วจับที่ปากตัวเองแล้วอาจจะพูดว่า "ยิ้ม คุณแม่(หรือชื่อผู้สอน)รู้สึกดีใจ"
5. ลองอีกทีโดยใช้รูปเดิม บอกคำสั่ง หยิบรูปขึ้นที่ระดับสายตาของเขา ชี้ไปที่ปาก(สิ่งที่ผู้สอนให้เหตุผลไปในข้างต้น) แล้วบอกเขาว่า "ดีจ...." ถ้าทำได้ก็ลดตัวช่วย เช่น "ด ....." และไม่มีตัวช่วย
6. ให้รางวัล

พอเขาตอบได้สัก 5-6รูป และสามารถแสดงอารมณ์ได้เอง ก็ให้เปลี่ยนไปเป็นรูปอารมณ์อื่น พอเขาตอบคำถามจากในรูปของผู้สอนได้ ก็ให้ใช้หลายๆโอกาสในการอ่านหนังสือถามเขาเพื่อให้เขาเห็นความหลากหลายจากหลายๆภาพ ผู้สอนอาจจะถามคำถามกลับให้มีความหลากหลาย เช่น คนไหนรู้สึกดีใจ เวลาดีใจทำอย่างไร เป็นต้น


วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์
ความเป็นมาของผู้เขียน

Monday, November 9, 2015

วิธีสอนให้ระบุเพศ (ใช้วิธี ABA Applied Behavior Analysis)

หลังจากที่ลูกสามารถพูดได้นิดๆหน่อยๆและความสนใจในสิ่งต่างๆรอบๆตัวของเขานั้นมีมากขึ้น ฉันก็อยากให้เขาสามารถแบ่งแยกระบุเพศได้ เพื่อที่จะให้เขาสนใจและมีสมาธิกับสิ่งที่ฉันกำลังพูดถึง ยอมรับเลยว่าสอนเขาครั้งแรกๆรู้สึกกล้าๆกลัวๆ คิดว่าบทเรียนนี้อาจจะเร็วเกินไปหรือปล่าวสำหรับเขา เขาจะทำได้ไหม แต่พอลองสอนไปได้แค่สองครั้ง ครั้งต่อๆไปก็ง่ายขึ้นเรื่อยๆ

เป้าหมาย
1. สามารถระบุเพศหญิงได้
2. สามารถระบุเพศชายได้

อุปกรณ์
1. รูปภาพ หรือ หนังสือ (รูปภาพผู้หญิงหรือผู้ชายควรจะมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เช่น ผู้หญิงผมยาว ใส่สีชมพู ผูกโบว์ หรือใส่กระโปรง ผู้ชาย ผมสั้น ใส่กางเกง เป็นต้น)
2. โต๊ะเก้าอี้ หรือ มุมห้อง ที่ไม่มีสิ่งเร้าใจ

วิธีสอน
1. ตั้งคำสั่ง "นี่ชายหรือหญิง" คำสั่งที่หลากหลายอาจจะเป็น "คนนี้ผู้ชายหรือผู้หญิง" หรือ "เด็กคนนี้เป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิง"
2. เมื่อบอกคำสั่งเสร็จให้ชี้ไปที่รูปหรือหยิบรูปขึ้นที่ระดับสายตาของเขา แล้วบอกคำตอบเขาทันที เช่น "ชาย"
*ผู้สอนควรจะมั่นใจก่อนว่าผู้เรียนสบตาผู้สอนและมองที่รูปภาพ ถ้าเขายังไม่สามารถสบตาให้ย้อนกลับไปสอนวิธีสอนให้มองหน้า (การย้อนกลับไปสอนในบทเรียนเก่าเป็นสิ่งที่ดี เพื่อให้เขามีพื้นฐานที่มั่นคง)
3. ใช้รูปชายรูปที่สองแล้วทำเหมือนข้อ 2.
4. อธิบายให้เขาฟังว่าทำไมรูปนี้ถึงเป็นชาย เช่น ชี้ไปที่ผมแล้วบอก "ชายคนนี้มีผมสั้น เขาใส่เสื้อคอปกสีน้ำเงิน" พยายามอธิบายสอง สามเหตุผล เพื่อให้เขาเข้าใจว่าไม่ใช่แค่ผมสั้นก็ตัดสินใจได้ว่าชายหรือหญิง
5. ลองอีกทีโดยใช้รูปเดิม บอกคำสั่ง หยิบรูปขึ้นที่ระดับสายตาของเขา ชี้ไปที่ผมหรือเสื้อ(สิ่งที่ผู้สอนให้เหตุผลไปในข้างต้น) แล้วบอกเขาว่า "ช...า...." ถ้าทำได้ก็ลดตัวช่วย เช่น "ช ....." และไม่มีตัวช่วย
6. ให้รางวัล

พอเขาตอบได้สัก 5-6รูป ก็ให้เปลี่ยนไปเป็นรูปหญิง แล้วให้ใช้เหตุผลเดียวกับที่ใช้กับรูปชาย พอเขาตอบคำถามจากในรูปของผู้สอนได้ ก็ให้ใช้หลายๆโอกาสในการอ่านหนังสือถามเขาเพื่อให้เขาเห็นความหลากหลายทั้งชายและหญิง พอเขาเข้าใจและสามารถระบุเพศได้ชัดเจนผู้สอนอาจเพิ่มทักษะโดยให้เขาระบุว่า "เด็กผู้หญิง" หรือ "เด็กผู้ชาย"

วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์
ความเป็นมาของผู้เขียน

Monday, October 26, 2015

วิธีสอนให้พูดขณะเล่น (ใช้วิธี ABA Applied Behavior Analysis)

ฉันลองมานั่งคิดดูแล้วว่า จริงอยู่ที่ลูกฉันพูดคำแรกได้ในวิธีสอนพูดคำแรก แต่สิ่งที่ทำให้เขาพูดโต้ตอบได้มากที่สุดนั้นคือตอนที่เราเล่นกัน มันเป็นคำพูดที่ง่ายๆสั้นๆแต่มันเป็นสื่อที่แสดงให้เห็นถึงการโต้ตอบกัน เขาตื่นเต้นที่จะถึงเวลาที่เขาจะพูด เขาสนุกสนานกับสิ่งที่เขาเล่นและที่สำคัญที่สุดเราได้ใช้เวลาเล่นด้วยกัน มันเป็นการสอนที่แฝงอยู่ในการเล่นซึ่งเขาจะผ่อนคลายมากกว่าเวลาที่เขานั่งโต๊ะตั้งหน้าตั้งตาเคร่งเครียด
เป้าหมาย
- พูดคำว่า "สาม" หรือ "สั่ม"

อุปกรณ์
1. ของเล่น ขอแนะนำของเล่นที่เด็กส่วนมากสนใจและเล่นแล้วไม่เบื่อง่ายๆ
-ช้างน้อยและหิ่งห้อย
-ช้างน้อยยิงลูกบอล
-หมูน้อยยิงลูกบอล
-ลูกหินกลิ้ง
แนะนำของเล่นที่มีประโยชน์

2. ห้องว่างๆ หรือห้องที่มีสิ่งดึงดูดน้อยที่สุด
3. รางวัล

วิธีสอน
1. วางของเล่นกลางห้องในห้องว่างๆหรือห้องที่มีสิ่งดึงดูดน้อยที่สุด ตั้งคำสั่ง "ไปเล่นกัน"
- ครั้งต่อๆไปให้สังเกตุ ถ้าเขาแสดงออกว่า เขาตื่นเต้นที่อยากจะเล่น ให้ใช้คำสั่งที่หลากหลาย เช่น "มาเล่นจับหิ่งห้อยกัน"
2. นับ หนึ่ง สอง สาม(สั่ม) แล้วเล่นให้เขาดู (อย่าใช้เวลานานในการเล่น)
3. หยุดเล่นหรือปิดเครื่อง แล้วชวนเขาเข้ามาเล่นด้วย อาจจะถามเขาว่า "เล่นมั้ย" (ในกรณีที่ไม่ตอบสนอง ให้ย้อนกลับไปที่ข้อ 1อีกครั้ง แต่ถ้ายังงัยก็ไม่ตอบสนอง ให้เปลี่ยนของเล่น)
4. นับ หนึ่ง สอง สาม(สั่ม) แล้วเล่นด้วยกัน ทำอย่างนี้สัก3รอบ
5. ทำท่าเหมือนจะเล่นด้วยกันอีกรอบ นับ หนึ่ง สอง ....... รอให้เขาพูดคำว่า สาม(สั่ม) (ถ้าเขาไม่พูดให้ย้ำข้อนี้อีก 3รอบ ถ้ายังไม่พูดให้ผู้สอนเล่นเหมือนปกติ แล้วย้ำข้อนี้อีกครั้ง)
6. ให้รางวัล ถ้าเขาพูดคำว่า "สาม(สั่ม)" ชมและให้รางวัลเขาอย่างสุดๆ
- ในกรณีที่ไม่พูด กอดและชมเขา อาจจะบอกเขาว่า "เล่นด้วยกันสนุกสุดๆเลย"

*อย่าเล่นกับของเล่นชิ้นเดียวนาน เขาจะได้ไม่เบื่อและผู้สอนสามารถนำมาเล่นได้อีกครั้งหน้า ของเล่นชิ้นนึงน่าจะใช้เวลาเล่นประมาณ 5นาที ถ้าเขายังติดลมอยากเล่นต่อ ให้เปลี่ยนของเล่นทันที
*คำเตือน พยายามอย่าให้เขาเล่นได้เองคนเดียว ถ้าเขาทำได้เองเขาจะไม่ได้แรงพลักดันให้พูด

พอเขาทำได้แล้วก็อาจเปลี่ยนเป้าหมายเป็น "ไป"  อาจจะบอก "เข้าที่ เตรียมตัว ......."


วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์
ความเป็นมาของผู้เขียน

Sunday, October 4, 2015

วิธีสอนให้ตอบคำถามพื้นฐาน ใช้วิธี ABA (Applied Behavior Analysis)

ฉันพูดกับลูกทั้งวัน พูด ๆๆๆ พูดไปเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบกลับมาเลย เหมือนว่าพูดอยู่คนเดียว บางทีก็คิดว่าบ้าป่าวเนี่ยพูดคนเดียวอยู่ได้ อยากให้เขาตอบอะไรกลับมาบ้าง ฉันถามเขาคำถามเดิมๆวันละเป็นสิบๆครั้ง ให้เขาตอบคำตอบเดิมๆ ให้เบื่อกันไปข้างหนึ่งเลย แรกๆเหนื่อยมาก แต่พอเขาเริ่มเข้าใจถึงการถามและตอบ คำถามต่อๆไปก็จะเริ่มมีการตอบสนองที่เร็วขึ้นและถูกต้องมากขึ้น

เป้าหมาย
1. ตอบคำถามได้ด้วยตัวช่วยคำตอบ
2. ตอบคำถามได้ด้วยตัวช่วย 1เสียง
3. ตอบคำถามได้โดยไม่มีตัวช่วย

อุปกรณ์
1. ในกรณีที่ผู้เรียนสามารถอ่านหรือมีความสนใจในตัวอักษร(ถ้าเขามีความสนใจในตัวอักษร ก็ไม่จำเป็นว่าเขาสามารถอ่านออกหรือไม่) ให้เขียนคำตอบลงกระดาษ และอาจจะต้องใช้กระดาษเปล่าที่มีขนาดเดียวกับกระดาษที่เขียนคำตอบ
2. ทีนั่ง จะเป็นโซฟา เก้าอี้ เบาะ หรือนั่งพื่น ก็ได้ แต่ต้องเป็นที่ที่มีสิ่งยั่วเย้าน้อยที่สุด
3. รางวัล

วิธีสอน
1. ตั้งคำถาม เช่น "ชื่ออะไร" คำถามที่หลากหลายอาจจะเป็น "หนูชื่ออะไร"
2. ถามเสร็จ ให้บอก "พูด สมชาย" กรณีที่ใช้คำตอบบนกระดาษ ยื่นให้เขามอง ชี้ไปที่คำแล้วลากนิ้วจากตัวอักษรตัวแรกไปถึงตัวสุดท้าย แล้วพูด "ส ม ช า ย"
 - พอเขาเริ่มที่จะมีเสียงตอบ(ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบ) ครั้งต่อไปให้ลดตัวช่วยลงโดย พูดว่า "สมช....." ถ้าใช้คำตอบบนกระดาษ ยื่นให้เขามองแล้วปิดตัวอักษรสามตัวสุดท้ายแล้วค่อยๆเปิดพร้อมกับพูดว่า "สมช....."
- พอเขาตอบได้แต่ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง ให้ลดตัวช่วยลง พูดว่า "ส...ม......" ถ้าใช้คำตอบบนกระดาษ ให้ยื่นกระดาษเปล่าที่มีขนาดเดียวกัน แล้ววางไว้บนข้างหน้าเขา พร้อมกับชี้บนกระดาษเปล่าพร้อมกับพูดว่า "ส...ม......."
3. พอเขาเริ่มที่จะมีเสียงตอบ (ไม่จำเป็นต้องเป็นคำตอบ) อาจจะชมเขาว่า "ตอบชือ สมชายได้เก่งมาก"
4. ให้รางวัล
*ทุกครั้งที่ถาม ผู้เรียนต้องสบตาผู้ถาม ถ้าผู้เรียนไม่สามารถสบตาได้ให้ย้อนกลับไปฝึกการมองหน้า
ถ้าผู้เรียนยังทำไม่ได้ อย่าเพิ่งท้อถอยนะคะ เป็นเรื่องปกติมากที่บางครั้งเราต้องย้อนกลับไปฝึกบทเรียนก่อนหน้านี้ แต่ฉันรับรองได้นะคะว่าถ้าได้ย้อนบทเรียนเก่า บทเรียนนั้นจะง่ายขึ้นและจะยิ่งทำให้ผู้เรียนมีพึ้นฐานที่แข็งแรงขึ้น

ในกรณีที่ตอบได้มากกว่า80% ให้ตั้งคำถามใหม่ คำถามที่ถามควรเป็นคำถามที่กระชับรัดกุม และคำตอบเป็นคำตอบที่สั้นได้ใจความ เช่น "อายุเท่าไร", "แม่ชื่ออะไร", "นามสกุลอะไร"

วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์
ความเป็นมาของผู้เขียน

Thursday, September 17, 2015

วิธีสอนระบายสีในเส้น (ใช้วิธี ABA Applied Behavior Analysis)

ตอนลูกประมาณ 3ขวบได้ เขาเริ่มจับปากกา ดินสอ แต่พอเอากระดาษรูปการ์ตูนให้ระบายสี เขากลับไม่ระบาย พยายามทำให้เขาดูว่าระบายแบบนี้นะ จับสีเทียนแบบนี้ แล้วค่อยๆระบาย สอนแบบไหนเขาก็ไม่ทำตาม ไม่รู้ว่าทำไม พอมานั่งคิดก็คิดว่าไม่แน่ลูกเรายังไม่พร้อม อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย ฉะนั้นอาจจะต้องเตรียมความพร้อมของเขาแล้วค่อยๆสอนกันไป พอเขาเริ่มจับดินสอสีหรือสีเทียนได้ ฉันก็ให้รูปการ์ตูนเขาระบายอีก เขาก็ระบายทั่วไปหมดแล้วก็จะใช้แค่สีเดียวไม่ยอมเปลี่ยน บางทีระบายจนกระดาษขาด ฉันคิดว่าเขาอาจจะไม่เข้าใจว่าการระบายสีควรจะเป็นอย่างไร

เป้าหมาย
1. ระบายในเส้นรูปสี่เหลี่ยมแบบ 1 ได้
2. ระบายในเส้นรูปสี่เหลี่ยมแบบ 2 ได้
3. ระบายในเส้นรูปสี่เหลี่ยมแบบ 3 ได้
4. ระบายในเส้นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี่ยว
5. ใช้หลายสีระบายรูปปลา

อุปกรณ์
1. รูปสี่เหลี่ยมแบบ 1, แบบ 2, แบบ 3, รูปพระจันทร์, และรูปปลา
2. ดินสอสี หรือ สีเทียน
3. โต็ะและเก้าอี้
4. รางวัล หรือกระดานรางวัล
**ตัวช่วย ที่จับดินสอ ช่วยให้เด็กสามารถวางนิ้วได้ถูกต้อง และช่วยให้นิ้วมือไม่เจ็บ
**ตัวช่วยฝึกฝนการจับดินสอ (ตัวช่วยฝึกฝนการจับดินสอในลิงค์นี้ไม่สามารถส่งตรงไปไทยได้ ถ้าผู้อ่านต้องการติดต่อได้ในนะคะ ฉันอาจจะช่วยในเรื่องของการส่งของได้คะ) เป็นของเล่นที่ช่วยเตรียมความพร้อมของมือและนิ้วมือในการจับดินสอหรือสีเทียน ทั้งยังช่วยในเรื่องของสมาธิและการสังเกตุ


วิธีสอน
1. วางรูปสี่เหลี่ยมแบบ 1 บนโต็ะ แล้วตั้งคำสั่งที่1 "ระบายสี" คำสั่งที่หลากหลายอาจจะเป็น "มาระบายสีกัน"
2. บอกคำสั่ง พาเขามานั่งที่โต็ะ ให้เขาเลือกสี ในกรณีที่เขาไม่เลือกให้เลือกสีให้เขาและหยิบใส่มือเขาสำหรับครั้งแรกๆ พอเขาเริ่มเข้าใจคำสั่งอาจจะชี้หรือบอกให้เขาหยิบเอง
3. ตั้งคำสั่งที่2 "ระบายสีในเส้น"
4. บอกคำสั่งที่2 แล้วจับมือเขาจับดินสอสีหรือสีเทียนในรูปแบบของการจับดินสอ จับมือเขาในรูปแบบเดียวกัน นิ้วโป้งของคนสอนอยู่บนนิ้งโป้งของเขา นิ้วชี้และนิ้วกลางทำเช่นเดียวกัน
พอเขาเริ่มสนใจและสามารถจับดินสอสีหรือสีเทียนได้เอง ก็ช่วยเขาโดยจับแค่ข้อมือ
พอเขาสนใจและสามารถจับดินสอสีหรือสีเทียนได้คล่อง ก็ไม่ต้องช่วย แต่ยังนั่งด้วยใกล้ๆ
พอเขาทำได้เองอย่างคล่องแคล่ว ก็ค่อยๆออกห่างให้เขาสามารถทำงานได้เองตั้งแต่ต้นจนจบ
5. ขยับมือระบายสีพร้อมกับพูดย้ำๆ "ระบายสีในเส้น" 
ถ้าเขาระบายไม่ทั่วก็ชี้ไปที่ที่ยังไม่ระบายแล้วอาจพูด "ระบายที่ขาว" 
6. ชมเขาเป็นระยะๆ จนเขาระบายสีเสร็จชมและให้รางวัลเขา
ย้อนกลับไปทำข้อ 1 แต่เปลี่ยนเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบบ 2, แบบ 3, รูปพระจันทร์ครึ่งเสี่ยว, และรูปปลา
สำหรับรูปปลาถ้าผู้เรียนยังไม่เข้าใจถึงการเปลี่ยนสีในการระบาย ให้ลากเส้นกรอบแต่ละสีให้เขาก่อนที่จะให้เขาระบาย อาจบอกให้เขาสังเกตุในแต่ละสี





วิธีรักษาโรคออทิสซึ่ม
ของเล่นสำหรับเด็กออทิสติก
กดชอบที่ Facebook เพื่อข้อมูลเพิ่มเติมและ ABA รายสัปดาห์